ผู้เขียน หัวข้อ: การนำลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย กลับไทยค่ะ  (อ่าน 49 ครั้ง)

korpor

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 499
    • อีเมล์
๑.จะต้องทำอย่างไรจึงจะได้ใบเกิดไทย หากพ่อไม่ยินยอม รวมถึงทำพาสปอร์ตไทย หากพ่อไม่ยินยอม และ
๒.หาจะพาลูกกลับมาอาศัยอยู่ที่ไทยได้หรือไม่  จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง(พ่อเด็กไม่ยินยอม)

korpor

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 499
    • อีเมล์
Re: การนำลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย กลับไทยค่ะ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 12 มิถุนายน, 2018, 01:46:38 PM »
                   สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ ขอเรียนว่า บุตรของคุณที่เกิดกับสามีชาวออสเตรเลียที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทย ซึ่งมีสัญชาติไทยมีสิทธิและหน้าที่สมบูรณ์ตามที่กฎหมายไทยกำหนด แต่คุณต้องดำเนินการแจ้งเกิดตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบแบบแผนของราชการไทยเพื่อจะได้มาซึ่งใบเกิดหรือสูติบัตรตามกฎหมายไทย  ซึ่งก่อนอื่นขอให้ข้อมูลในการจดทะเบียน
เกิดบุตร (ขอสูติบัตรไทย) ในกรณีปกติให้ท่านทราบก่อน โดยอาศัย แหล่งที่มาของข้อมูลจาก http://canberra.thaiembassy.org/Home/thaibirthcertificate (สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย) ดังนี้
 ข้อมูลทั่วไป
       •เด็กที่จะขอสูติบัตรจะมีบิดาและ/หรือมารดาที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น
       •ผู้ร้องสามารถยื่นขอสูติบัตรให้บุตรด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือทางไปรษณีย์
       •การออกสูติบัตร ไม่เสียค่าธรรมเนียม
ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติ
            •นำใบสูติบัตรที่ทางการออสเตรเลียออกให้ไปให้กระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย (Department of Foreign Affairs and Trade - DFAT) ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในรัฐต่าง ๆ รับรองว่าเป็นเอกสารจริง (authentication)
            •หากบิดาและมารดาจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายออสเตรเลีย ให้นำใบทะเบียนสมรสของออสเตรเลียไปให้กระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย (DFAT) รับรองเช่นกัน
                        •หากบิดาและมารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันทั้งตามกฎหมายไทยและกฎหมายออสเตรเลีย บิดาและ มารดาจะต้องกรอกแบบฟอร์ม “บันทึกการสอบปากคำ” คนละ 1 ฉบับ เพื่อยืนยันสถานภาพการสมรสและอำนาจปกครองบุตร
              ๑. กรณีมายื่นด้วยตนเอง   
                       •คำร้องขอนิติกรณ์ (Application of Legalization) ซึ่งสามารถ download ได้จากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตฯและแบบฟอร์มสูติบัตร กรุณากรอกชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษของบุตรตามที่ปรากฏ ในสูติบัตรท้องถิ่น และชื่อภาษาไทยที่ออกเสียงตามชื่อภาษาอังกฤษ โดยขอให้สะกดตามหลักการของราชบัณฑิตยสถานให้มากที่สุด (หากไม่แน่ใจขอให้โทรสอบถามเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ)
                       •สูติบัตร ตัวจริง ที่ออกโดยทางการออสเตรเลียและผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย (DFAT) แล้ว
                         •ทะเบียนสมรส ตัวจริง พร้อมสำเนาที่รับรองสำเนาถูกต้องด้วยตนเอง 1 ชุด (ถ้ามี)
                         •รูปถ่ายปัจจุบันของบุตรที่แจ้งเกิด 1 รูป (ขนาด 2 x 2 นิ้ว) โดยเขียนชื่อและนามสกุลของบุตรไว้ด้านหลังรูปด้วย
                         •หนังสือเดินทางของบิดาและมารดา พร้อมสำเนาที่รับรองสำเนาถูกต้องด้วยตนเอง คนละ 1 ชุด
                         •บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและ/หรือมารดา ที่เป็นบุคคลสัญชาติไทย พร้อมสำเนาที่รับรองสำเนาถูกต้องด้วยตนเอง 1 ชุด กรณีบิดาหรือมารดาที่เป็นคนต่างชาติอนุญาตให้ใช้ใบขับขี่ได้
                         •สำเนาทะเบียนบ้านของบิดาและ/หรือมารดา ที่เป็นบุคคลสัญชาติไทย
              ๒. กรณีที่ยื่นทางไปรษณีย์ - เอกสารสำเนาทุกฉบับต้องให้ Justice of the Peace (JP) รับรองก่อนส่งให้สถานเอกอัครราชทูตฯ
                        •คำร้องขอนิติกรณ์ และแบบฟอร์มสูติบัตร กรุณากรอกชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษของบุตรตามที่ปรากฏ ในสูติบัตรท้องถิ่น และชื่อภาษาไทยที่ออกเสียงตามชื่อภาษาอังกฤษ โดยขอให้สะกดตามหลักการของราชบัณฑิตยสถานให้มากที่สุด (หากไม่แน่ใจขอให้โทรสอบถามเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ)
                        •สำเนา สูติบัตรที่ออกโดยทางการออสเตรเลียและผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย (DFAT) แล้ว
                         •สำเนา ทะเบียนสมรส 1 ชุด (ถ้ามี)
                      •รูปถ่ายปัจจุบันของบุตรที่แจ้งเกิด 1 รูป (ขนาด 2 x 2 นิ้ว) โดยเขียนชื่อและนามสกุลของบุตรไว้ด้านหลังรูปด้วย
                      •สำเนา หนังสือเดินทางของบิดาและมารดา คนละ 1 ชุด
                      •สำเนา บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและ/หรือมารดา ที่เป็นบุคคลสัญชาติไทย
                     •สำเนาทะเบียนบ้านของบิดาและ/หรือมารดา ที่เป็นบุคคลสัญชาติไทย 1 ชุด
                     •ซองไปรษณีย์ลงทะเบียนซองใหญ่ (Registered Envelope – A4 size) จ่าหน้าซองถึงตัวเอง เพื่อสถานเอกอัครราชทูตฯ จะจัดส่งใบสูตรบัตร ตัวจริง ของบุตรคืนให้ท่านเมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว
                      ส่วนกรณีของคุณพ่อเด็กไม่ยอมให้เอกสารใดๆเพื่อขอใบเกิดหรือสูติบัตรที่สถานทูตไทยในออสเตรเลีย  ขอเรียนว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารสำคัญคุณต้องอาศัยการเจรจาและพูดคุยทำความเข้าใจกับสามีคุณเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารดังกล่าว คุณจะติดต่อกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขอสำเนาสูติบัตรที่เจ้าหน้าที่รับรองสำเนาถูกต้องก็อาจทำได้ แต่ทั้งนี้หลักฐานดังกล่าวก็ต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย(DFAT) และดำเนินการตามขั้นตอนอื่นดังกล่าวข้างต้น  หากมีคำถามหรือมีปัญหาเพิ่มเติมท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามนี้ http://canberra.thaiembassy.org/Home/thaibirthcertificate (สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา(ออสเตรเลีย)  และกรณีการทำ Passport ไทยให้กับลูกคุณนั้น หากยังไม่สามารถแจ้งเกิดเพื่อยืนยันความเป็นผู้มีสัญชาติไทย คุณก็ไม่สามารถทำ Passport ได้
                 ประเด็นต่อมา หากคุณจะพาลูกกลับมาอาศัยอยู่ที่ไทยจะได้หรือไม่  และจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง (โดยพ่อเด็กไม่ยินยอม)  ขอเรียนว่า  ตอนนี้หากสามีคุณซึ่งเป็นพ่อของเด็กไม่ยินยอมให้คุณนำลูกออกนอกประเทศ คุณก็ไม่สามารถที่จะพาลูกกลับมาประเทศไทยได้  และหากคุณจะพาลูกมาอยู่ในเมืองไทยตามคำถามได้นั้น คุณก็ต้องดำเนินการตามข้อ ๑.เพื่อการได้มาซึ่งหลักฐานนความเป็นผู้มีสัญชาติไทยของลูกคุณก่อน  (แต่ทั้งนี้แม้แจ้งเกิดกับสถานทูตไทยแล้วก็ตามการพาเด็กออกนอกประเทศออสเตรเลียก็ต้องได้รับความยินยอมจากบิดาของเด็กด้วย เพราะป้องกันปัญหาการลักพาเด็กข้ามชาติ ซึ่งรัฐบาลทุกประเทศให้ความสำคัญและมีหลักปฏิบัติในลักษณะเดียวกัน) และกรณีจากนั้นคุณจะต้องเป็นผู้มีอำนาจในการปกครองบุตรแต่เพียงฝ่ายเดียวถึงจะมีอำนาจในการเลี้ยงดูและกำหนดแหล่งที่อยู่ของบุตรได้ตามลำพังโดยที่สามีไม่ยินยอมได้ ดังนั้น อำนาจปกครองบุตรจะอยู่ที่บิดาหรือมารดานั้นกฎหมายออสเตรเลียก็ต้องพิจารณาในหลักการเดียวกันกับกฎหมายไทย  คือการพิจารณาเรื่องของสวัสดิภาพของเด็กเป็นหลักว่า  เด็กอยู่กับบิดาหรือมารดาจะเป็นประโยชน์และผลดีต่อเด็กมากกว่ากัน  ดังนั้น อาชีพ รายได้ ฐานะทางการเงิน ความเป็นอยู่  ของบิดาหรือมารดาเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณา ทั้งกรณีของคุณไม่ปรากฏว่าสามีมีการทำร้ายร่างกายหรือมีความรุนแรงใดๆเกิดขึ้นในครอบครัว  ดังนั้นเป็นการยาก หากคุณไม่อาชีพ รายได้ และมีฐานะทางการเงินดีพอ หรือสามีคุณมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมที่จะปกครองบุตร ที่จะทำให้อำนาจปกครองบุตรเป็นของคุณฝ่ายเดียวเพื่อจะนำลูกคุณกลับมาอยู่ประเทศไทย  อีกทั้งหากคุณจะฟ้องร้องต่อสู้คดีกับสามีเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจปกครองบุตรก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นอันจะเป็นภาระแก่คุณ ในเบื้องต้นจึงขอแนะนำให้คุณได้ทำความเข้าใจและปรับตัวกับสามีดีกว่า ทั้งนี้เพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของลูกและคุณ  หากทั้งสองฝ่ายอยู่ในบรรยากาศที่ดีต่อกัน คุณก็สามารถดำเนินการแจ้งเกิดบุตรหรือดำเนินการอื่นต่อไปได้

 สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ