ผู้เขียน หัวข้อ: ตั้งผู้จัดการมรดกโดยการมอบอำนาจจากต่างประเทศ  (อ่าน 363 ครั้ง)

korpor

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 504
    • อีเมล์
              คุณให้ข้อมูลมาว่าอยู่กินกับสามีชาวอิตาลีซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศเบลเยี่ยมโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ต่อมาสามีเสียชีวิตที่ประเทศเบลเยี่ยม แต่มีทรัพย์มรดกคือ คอนโดนิเนียมในประเทศไทยซึ่งมีชื่อผู้ตายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ สามีของคุณมีบุตรชาย 1 คน ซึ่งเกิดจากภริยาเก่าชาวเบลเยี่ยมที่จดทะเบียนสมรสแต่ได้หย่าร้างกัน คุณจึงขอปรึกษาว่า ถ้าให้บุตรชายชาวเบลเยี่ยมร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกในประเทศไทยต่อศาลไทย จะมีแนวทางปฏิบัติที่ยุ่งยากหรือไม่ และต้องใช้เอกสารใดบ้างยื่นต่อศาล และหากไม่จ้างทนายความดำเนินการให้ จะมีวิธีการใดที่สามารถดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้บ้างนั้น

korpor

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 504
    • อีเมล์
Re: ตั้งผู้จัดการมรดกโดยการมอบอำนาจจากต่างประเทศ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์, 2018, 01:39:48 PM »
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ (สฝคป.) ขอเรียนแนะนำดังนี้      1. บุตรชายของสามีชาวอิตาลีนั้น ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย และเป็นทายาทโดยธรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย มีอำนาจร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของบิดาผู้ถึงแก่กรรมต่อศาลไทยได้หากทรัพย์มรดกตั้งอยู่ในประเทศไทย   2. แนวทางปฏิบัติไม่ยุ่งยาก โดยมีความคล้ายคลึงกับกรณีทายาทโดยธรรมที่เป็นคนไทยร้องขอต่อศาลให้แต่งตั้งผู้จัดการมรดก แต่มีความแตกต่างดังนี้
2.1 บุตรชายชาวเบลเยี่ยมต้องเดินทางเข้ามาในประเทศไทย และจ้างทนายความในประเทศไทยยื่นคำร้องต่อศาลไทยให้มีคำสั่งแต่งตั้งบุตรชายชาวเบลเยี่ยมเป็นผู้จัดการมรดก เพื่อให้มีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกของบิดาที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
      2.2 เอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติมจากกรณีปกติ คือ
      ก. สำเนาหนังสือเดินทางของทายาท (บุตรชายชาวเบลเยี่ยม) ซึ่งเป็นผู้ร้องให้ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดก พร้อมคำแปลภาษาไทยซึ่งผ่านการรับรองจากสถานทูตเบลเยี่ยมประจำประเทศไทย
      ข. สำเนาหนังสือเดินทางของเจ้ามรดก (บิดาผู้ถึงแก่กรรม) พร้อมคำแปลภาษาไทย
      ค. สำเนามรณบัตรจากประเทศเบลเยี่ยมของเจ้ามรดก (บิดาผู้ถึงแก่กรรม) ผ่านการรับรองจากสำนักงานท้องถิ่นในเบลเยี่ยมที่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม หรือกระทรวงการต่างประเทศเบลเยี่ยม หรือสถานทูต      เบลเยี่ยมประจำประเทศไทย พร้อมคำแปลภาษาไทยที่ผ่านการรับรองจากกองนิติกรณ์และสัญชาติ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย
      ง. เอกสารทางราชการของบุตรชายชาวเบลเยี่ยมจากประเทศเบลเยี่ยมที่แสดงความสัมพันธ์ทางสายโลหิตกับเจ้ามรดก หรือแสดงความเป็นทายาทของเจ้ามรดก หรือแสดงความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก เช่น สูติบัตร หรือทะเบียนบ้าน หรือคำสั่งศาลเบลเยี่ยมตั้งผู้ร้อง (บุตรชายชาวเบลเยี่ยม) เป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์มรดกของผู้ตาย (บิดา) ที่ตั้งอยู่ในประเทศเบลเยี่ยม ฯลฯ ซึ่งผ่านการรับรองของหน่วยราชการในเบลเยี่ยม หรือสถานทูตเบลเยี่ยมประจำประเทศไทย พร้อมคำแปลภาษาไทยซึ่งผ่านการรับรองจาก กองนิติกรณ์ และสัญชาติ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย
      จ. สำเนาโฉนดแสดงกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมอันเป็นทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก (สามีของคุณ) ผู้ถึงแก่กรรมที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
   3. คุณให้ข้อมูลมาว่า บุตรชายชาวเบลเยี่ยมของสามีบอกคุณด้วยวาจาว่าจะยกคอนโดมิเนียมอันเป็นทรัพย์มรดกของสามีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยให้คุณ ดังนั้น สฝคป. จึงขอแนะนำให้คุณดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ดังนี้
      3.1 ให้คุณติดต่อกับบุตรชายชาวเบลเยี่ยม (ทายาทโดยธรรมที่ชอบด้วยกฎหมายของสามี) ให้เขาทำใบมอบอำนาจ (The power of Attorney) และเซ็นมอบอำนาจให้คุณเป็นผู้ดำเนินการร้องขอต่อศาลไทยให้แต่งตั้งตัวคุณ เป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์มรดกของบิดาที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยโดยเขาต้องลงลายเซ็นแต่งตั้ง หรือมอบอำนาจให้คุณต่อหน้าโนตารี พับลิค ในประเทศเบลเยี่ยม โดยมีลายเซ็นและตราประจำตำแหน่งของ โนตารี่ พับลิค ในประเทศเบลเยี่ยม กำกับมาในใบมอบอำนาจนั้นด้วย แล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทย และนำไปผ่านการรับรองคำแปลจากกองนิติกรณ์และสัญชาติ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย
      3.2 เอกสารอื่นๆ นอกจากสำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของคุณแล้วก็คือเอกสารตามที่ปรากฏในข้อ 2.2 (ก - จ) โดยต้องว่าจ้างทนายความ ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งแต่งตั้งคุณเป็นผู้จัดการมรดกของสามีผู้ถึงแก่กรรมที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยพร้อมแสดงเอกสารดังกล่าวต่อศาล ส่วนค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเท่าใดขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างคุณกับทนายความ
   4. หากคุณไม่ต้องการที่จะว่าจ้างทนายความให้ดำเนินการให้ คุณสามารถใช้บริการของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) สำนักงานอัยการสูงสุดได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลและค่าคัดคำสั่งศาล โดยสามารถติดต่อขอข้อมูลรายละเอียดในการใช้บริการได้ที่ สคช. ในเขตที่ทรัพย์มรดกตั้งอยู่ หรือติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ เลขที่ 120 หมู่ที่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง  เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทร 0-2142-1532 ถึง 4 โทรสาร 0-2143-9179 E-mail : humanrights@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ