ผู้เขียน หัวข้อ: สอบถามการเรียกร้องสิทธิ์ ค่าดูแลเลี้ยงดูบุตร กับชาวต่างชาติ  (อ่าน 449 ครั้ง)

lulu92

  • Guest
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • อีเมล์
สวัสดีค่ะ
วันนี่หนูมีเรื่องมาขอคำแนะนำและสอบถามค่ะ เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนนี้หนูได้ตั้งท้องกับคนต่างชาติ หนูสามารถเลี้ยงร้องสิทธิ์การดูแลเลี้ยงดูบุตรจากเขาได้ไหมค่ะ
พอหนูรู้ว่าตั้งท้อง หนูได้บอกกับเขาไปแล้วค่ะ แต่เหมือนตัวเขาพยายามตีตัวออกห่าง หนูเลยไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี หนูเลยมาขอคำแนะนำจากที่นี้ค่ะ

korpor

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 504
    • อีเมล์
          คุณขอคำปรึกษาเรื่องเรียกร้องค่าเลี้ยงดูบุตรโดยให้ข้อมูลเพียงว่าได้ตั้งท้องกับคนต่างชาติ (ซึ่งตามข้อมูลที่ให้มาคาดว่าคงไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับสามีชาวต่างชาติ) สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ จึงขอให้คำแนะนำดังนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๔     ที่กำหนดว่า
“บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์”หมายถึงบิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตามกรณีของคุณ คุณไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับสามี บุตรที่จะ    เกิดมาจึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคุณคือมารดาแต่เพียงผู้เดียว แต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของสามีที่เป็นบิดา
ตามที่คุณสอบถามมาว่าคุณต้องการเรียกร้องสิทธิให้สามีต่างชาติจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรที่จะเกิดมานั้น คุณต้องดำเนินการให้เด็กที่จะเกิดมาเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของสามีก่อน ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๔๗ กำหนดว่า
         “เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกัน ในภายหลัง หรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร”
ดังนั้นตามที่คุณแจ้งมาว่าสามีเมื่อรู้ว่าคุณตั้งท้องก็พยายามตีตัวออกห่าง คุณก็ต้องดำเนินการฟ้องคดีขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าเด็กที่จะเกิดมาเป็นบุตรของสามี โดยภายหลังจากที่คุณคลอดบุตรแล้วให้นำบุตร    ไปตรวจดีเอ็นเอ และขอผลตรวจจากแพทย์เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อนำสืบในศาลว่าเด็กเป็นบุตรของสามีและต่อมาคุณต้องจ้างทนายความดำเนินการฟ้องคดีขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรของสามี และเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรไปด้วยในคำฟ้องคดีเดียวกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๕๖      ที่กำหนดว่า
          “การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรในระหว่างที่เด็กเป็นผู้เยาว์ ถ้าเด็กมีอายุยังไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กเป็นผู้ฟ้องแทน........”
การที่คุณเป็นมารดาย่อมถือว่าเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็ก ส่วนกรณีเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรกฎหมายห้ามมิให้บุตรฟ้องบิดามารดาของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ถ้าคุณต้องการขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจากสามี คุณต้องดำเนินการฟ้องคดีแทนบุตร ในฐานะผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็ก ซึ่งคุณสามารถว่าจ้างทนายความฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรโดยยื่นคำฟ้องขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเข้าไปในคดีเดียวกับคดีฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรของสามี

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ