ผู้เขียน หัวข้อ: ระยะเวลาในการเรียกร้องค่าเลี้ยงดูหรือแบ่งแยกทรัพย์สิน  (อ่าน 375 ครั้ง)

Pinsukan

  • Guest
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • อีเมล์
ดิฉันแต่งงานกับอดีตสามีชาวฟินแลนด์ ตั้งแต่ ตุลาคม2011 และได้ทำการหย่าร้างกันใน สิงหาคม2016 (ซึ่งเราไม่มีสัญญาแบ่งสมบัติ) กรณีสามีมีทรัพย์สินมาก่อนแล้วคือบ้านกับบริษัท แต่หลังจากแต่งงานบริษัทก็ได้มีการขยายขึ้น เมื่อ กุมภาพันธ์ 2017 ดิฉันได้ทำการปรึกษากับทนายความเพื่อเรียกร้องค่าเลี้ยงดูหรือแบ่งทรัพย์สิน แต่อดีตสามีให้คำตอบว่าจะไม่ให้อะไรทั้งนั้นแม้แต่บาทเดียว เพราะเขาถือว่าการที่เราอาศัยอยู่ด้วยกันเขารับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับเราภายในบ้าน แต่ส่วนตัวและครอบครัวที่ไทยเราทำงานและรับผิดชอบเองทุกอย่าง รบกวน สอบถาม 2 ข้อคือ
1) เราจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเลี้ยงดูหรือทรัพย์สินได้เลยหรอคะ
2) ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนส่งทนายกลางไปตรวจสอบทรัพย์สินของอดีตสามีเพราะเขาไม่ยอมยืนเอกสารเอง กรณีนี้จะใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะได้รับ คำตัดสินของศาลคะ

korpor

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 538
    • อีเมล์
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ (สฝคป.) ขอเรียนให้ทราบ ดังนี้
   ๑. สิทธิการเรียกค่าเลี้ยงดูหรือทรัพย์สินจากอดีตสามี
   ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย สามีภริยา (ที่ชอบด้วยกฎหมาย) มีหน้าที่ต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน และค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยานั้นย่อมเรียกจากกันได้ ในเมื่อฝ่ายที่ควรได้รับอุปการะเลี้ยงดูไม่ได้รับการเลี้ยงดูหรือได้รับการอุปการะเลี้ยงดูไม่เพียงพอแก่อัตภาพ โดยค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้ศาลจะให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องให้ ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์เป็นรายกรณีไป ซึ่งสิทธิที่จะเรียกค่าเลี้ยงดูนี้ต้องเป็นกรณีที่มีสถานะเป็นสามีภริยาตามกฎหมายอยู่ (ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากัน) ในกรณีของคุณที่ได้หย่ากับสามีแล้ว จึงไม่มีสถานะเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ไม่มีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูกันต่อไปและสิทธิที่จะเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้นก็สิ้นไปด้วย
   สำหรับสิทธิในการเรียกทรัพย์สินจากอดีตสามีภายหลังที่ได้หย่ากันแล้วนั้น ในเรื่องทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา จะต้องพิจารณาเสียก่อนว่าทรัพย์สินใดเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว หากทรัพย์สินใดตามกฎหมายถือว่าเป็นสินสมรส
เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้แก่ชายและหญิงคนละส่วนเท่ากัน เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่น ซึ่งสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๗๔ ได้แก่ ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส, ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส, ที่เป็นดอกผลของ
สินส่วนตัว ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินใดเป็นสินสมรสหรือไม่ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส
   สำหรับบ้านเป็นทรัพย์สินที่สามีคุณมีอยู่แล้วก่อนสมรส จึงเป็นสินส่วนตัวของสามีฝ่ายเดียว คุณจึงไม่มีสิทธิขอส่วนแบ่งในบ้านดังกล่าว
   สำหรับบริษัทนั้นเป็นนิติบุคคล ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลตามกฎหมายแยกต่างหากจากตัวบุคคลธรรมดา แม้มีการขยายตัวขึ้นและมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นย่อมเป็นทรัพย์สินของบริษัท แต่อย่างไรก็ตามเมื่อสามีคุณเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อมมีสิทธิในทรัพย์สินของบริษัทตามจำนวนหุ้นที่ตนถืออยู่ ซึ่งอาจต้องพิจารณาดูว่าจำนวนหุ้นที่ถือและเพิ่มขึ้นนั้น เกิดขึ้นก่อนหรือหลังสมรส ดังนั้น ในการฟ้องขอแบ่งสินสมรส จะต้องแยกทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสและสินส่วนตัวออกจากกันก่อน จากนั้นจึงนำสินสมรสมาแบ่งกัน
   อนึ่ง ในกรณีที่หย่ากันตามกฎหมายฟินแลนด์โดยไม่มีสัญญาแบ่งทรัพย์สินกัน ทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสให้แบ่งกันคนละครึ่งเช่นเดียวกับกฎหมายไทย
   ดูข้อมูลได้ที่ https://www.infopankki.fi/en/living-in-finland/family/divorce/property-in-a-divorce
   และ https://oikeus.fi/en/index/esitteet/avioliittolaki/puolisoidenomaisuudenjako.html
   ๒. คุณได้ส่งทนายความไปสืบทรัพย์ของสามี อยากทราบว่าศาลจะใช้ระยะเวลานานเท่าใดจึงจะตัดสิน
   สำหรับการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลจะใช้ระยะเวลานานเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับว่าคดีมีความซับซ้อนหรือไม่ พยานหลักฐานของคู่ความที่นำมาสืบในคดีมีมากน้อยเพียงใด เป็นต้น จึงไม่อาจทราบได้เป็นการแน่นอนว่าในแต่ละคดีจะต้องใช้ระยะเวลาเท่าใดจึงจะมีคำพิพากษาหรือคำตัดสินของศาล
   อย่างไรก็ดี หากคุณยื่นฟ้องที่ศาลไทย คำพิพากษาของศาลไทยย่อมใช้บังคับได้เฉพาะกับทรัพย์สินของสามีคุณที่มีอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะขณะนี้ประเทศไทยยังไม่ได้มีความร่วมมือในทางแพ่งเกี่ยวกับการบังคับคดีกับประเทศอื่น

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ