ผู้เขียน หัวข้อ: ขอให้ผู้เสียหายที่ถูกคุมขังอยู่ในสหรัฐอเมริกาถอนฟ้องคดีฉ้อโกง  (อ่าน 7199 ครั้ง)

Administrator

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 412
    • อีเมล์
ผู้ร้อง มีความประสงค์ร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ เรื่อง การสอบถามสถานที่ติดต่อนางสาว ก. ผู้เสียหายในคดีความผิดฐานฉ้อโกงที่ขณะนี้อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ เกี่ยวกับเรื่องนี้     ผู้ร้องให้ถ้อยคำว่า พนักงานอัยการจังหวัดระนองได้ยื่นฟ้องผู้ร้องต่อศาลจังหวัดระนองในความผิดฐานฉ้อโกง ที่มีนางสาว ก. เป็นผู้เสียหายถูก   ผู้ร้องฉ้อโกงเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ระหว่างการสืบพยานคดีนี้ ทางการของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ร้องขอให้ส่งตัวผู้เสียหายตามกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อนำตัวผู้เสียหายไปดำเนินคดียาเสพติดที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและผู้เสียหายไม่ได้กลับประเทศไทยเลยนับแต่นั้นมา ต่อมาศาลจังหวัดระนองได้มีคำพิพากษาว่า    ผู้ร้องมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ ให้จำคุก ๑ ปี และให้ชดใช้เงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท คืนแก่ผู้เสียหาย ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน ผู้ร้องได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกาแต่ไม่ได้ยื่นฎีกาภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกา ศาลจังหวัดระนองไม่อนุญาต ผู้ร้องจึงได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค ๘ นอกจากนี้ ผู้ร้องได้แถลงต่อศาลจังหวัดระนองว่า คดีฉ้อโกงเป็นความผิดอันยอมความได้และคดีมีหนทางตกลงกันได้ โดยผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้ผู้เสียหายไปแล้วบางส่วนคงเหลือหนี้ที่ต้องชำระอีก ๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งหนี้ในส่วนที่เหลือนี้ผู้ร้องจะชำระให้ พี่สาวของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูบุตรของผู้เสียหาย แต่เนื่องจากผู้เสียหายถูกดำเนินคดีและคุมขังอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาทำให้ผู้ร้องไม่ทราบที่อยู่ของผู้เสียหายเพื่อจะติดต่อผู้เสียหายให้ถอนคำร้องทุกข์ได้ ผู้ร้องได้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการต่าง ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดต่อกับผู้เสียหาย และขณะนี้ผู้ร้องได้ขอความช่วยเหลือจากสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ เพื่อให้ช่วยสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้เสียหายซึ่งจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาสักระยะหนึ่ง รายละเอียดปรากฏตามสำเนารายงานกระบวนพิจารณาของศาลจังหวัดระนอง ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๙ และ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๙
      ในส่วนของผู้เสียหายนั้น จากการให้ถ้อยคำของผู้ร้องและจากสำเนาคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้เสียหายที่อุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การตรวจคนเข้าเมือง ได้ความว่าหลังจากผู้เสียหายถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตามหมายจับฐานความผิดค้ายาเสพติด ผู้เสียหายถูกคุมขังและควบคุมตัวอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยหน่วยงานด้านปราบปรามยาเสพติด (Drug Enforcement Administration: DEA) ผู้เสียหายได้ปฏิเสธการต่อรองคำรับสารภาพในความผิดฐานยาเสพติดที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเสนอให้ แต่ตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในการสอบสวนเรื่องยาเสพติด เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกข้อกล่าวหาที่มีต่อผู้เสียหาย และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการส่งตัวผู้เสียหายกลับประเทศไทย แต่ผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องขอลี้ภัยและขอให้ระงับการส่งตัวผู้เสียหายกลับประเทศไทยและขอรับความคุ้มครองตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน ในชั้นพิจารณาเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง รัฐบาลสหรัฐอเมริกาไม่เห็นชอบกับคำขอของผู้เสียหาย โดยให้เหตุผลว่าผู้เสียหายขาดคุณสมบัติที่จะขอลี้ภัยและขอให้ระงับการส่งตัวกลับ เนื่องจากมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่า ผู้เสียหายกระทำความผิดอาญาในประเทศไทย     ผู้พิพากษาตรวจคนเข้าเมืองเห็นด้วยกับความเห็นของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจึงปฏิเสธคำขอของผู้เสียหาย ด้วยเหตุผลว่า มีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าผู้เสียหายกระทำความผิดที่ไม่ใช่ความผิดทางการเมืองนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้ผู้เสียหายขาดคุณสมบัติที่จะขอลี้ภัยและและขอให้ระงับการส่งตัวผู้เสียหายกลับประเทศไทย คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การตรวจคนเข้าเมืองยืนยันและมีความเห็นตามความความเห็นของผู้พิพากษาตรวจคนเข้าเมือง ผู้เสียหายจึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2549ว่าผู้เสียหายไม่ได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม และไม่ได้รับโอกาสที่เพียงพอที่จะเสนอพยานหลักฐาน จึงมีคำวินิจฉัยเห็นชอบด้วยกับอุทธรณ์ของผู้เสียหายและให้ยกคำตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การตรวจคนเข้าเมืองและให้มีการพิจารณาคำขอลี้ภัยและคำขอให้ระงับการส่งตัวผู้เสียหายกลับประเทศไทยของผู้เสียหายใหม่

Administrator

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 412
    • อีเมล์
ตามที่ผู้ร้องถูกพนักงานอัยการจังหวัดระนองฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงนั้น ผู้ร้องได้ชำระเงินให้ผู้เสียหายไปแล้วบางส่วนคงเหลือที่จะต้องชำระอีก ๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งผู้ร้องแถลงต่อศาลจังหวัดระนองว่าจะชำระส่วนที่เหลือแก่นางสาวงามพิศ แซ่จัน พี่สาวของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูบุตรของผู้เสียหาย ความผิดฐานฉ้อโกงที่ผู้ร้องเป็นจำเลยเป็นความผิดอันยอมความได้ ถ้า       ผู้ร้องตกลงกับผู้เสียหายได้และผู้เสียหายยินยอมที่จะไม่ดำเนินคดีกับผู้ร้องแล้ว ผู้เสียหายต้องทำหนังสือถอนคำร้องทุกข์หรือทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคลอื่นถอนคำร้องทุกข์มายื่นต่อศาลจังหวัดระนอง จึงจะทำให้สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๒) และทำให้คดีสิ้นสุดลง แต่ผู้ร้องไม่สามารถติดต่อกับผู้เสียหายได้ เนื่องจากไม่ทราบสถานที่อยู่ของผู้เสียหายในขณะนี้ และตามสำเนาคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ความแต่เพียงว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกข้อกล่าวหาที่มีต่อผู้เสียหาย และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการส่งตัวผู้เสียหายกลับประเทศไทย แต่ผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องขอลี้ภัยและขอให้ระงับการส่งตัวผู้เสียหายกลับประเทศไทย รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ผู้พิพากษาตรวจคนเข้าเมือง และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การตรวจคนเข้าเมืองไม่เห็นชอบด้วยกับคำร้องขอลี้ภัยและขอให้ระงับการส่งตัวผู้เสียหายกลับประเทศไทยของผู้เสียหาย ผู้เสียหายอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้เสียหายไม่ได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม และไม่ได้รับโอกาสที่เพียงพอที่จะเสนอพยานหลักฐาน จึงมีคำวินิจฉัยเห็นชอบด้วยกับอุทธรณ์ของผู้เสียหายและให้ยกคำตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การตรวจคนเข้าเมืองและให้มีการพิจารณาคำขอลี้ภัยและคำขอให้ระงับการส่งตัวผู้เสียหายกลับประเทศไทยของผู้เสียหายใหม่ ประกอบกับผู้ร้องและญาติของผู้เสียหาย คือ พี่สาวของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูบุตรของผู้เสียหาย ก็ไม่ทราบว่าขณะนี้ผู้เสียหายอยู่ที่ใด ทำให้ไม่อาจทราบที่อยู่ปัจจุบันของผู้เสียหายในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ร้องจึงไม่สามารถติดต่อกับผู้เสียหายเพื่อให้ถอนคำร้องทุกข์หรือให้ทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคลอื่นถอนคำร้องทุกข์ได้ พิจารณาแล้วเห็นควร
      ๑. มีหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปยังกระทรวงการต่างประเทศให้ช่วยสอบถามที่อยู่และสถานที่ติดต่อผู้เสียหายไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศจะได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบที่อยู่และสถานที่ติดต่อผู้เสียหายต่อไป
      ๒. เพื่อให้ผู้ร้องมีหลักฐานไปยื่นแสดงต่อศาลอุทธรณ์ภาค ๘ ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร เพื่อประกอบการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งศาลจังหวัดระนองที่ไม่อนุญาตให้ผู้ร้องขยายระยะเวลาฎีกา เห็นควรติดต่อแจ้งให้ผู้ร้องมารับสำเนาหนังสือดังกล่าวไปยื่นต่อศาลอุทธรณ์ภาค ๘
       ส่วนการแจ้งให้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์นั้น การจะถอนคำร้องทุกข์หรือไม่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้เสียหายและเป็นเรื่องส่วนตัวโดยแท้ของผู้ร้องที่จะต้องติดต่อทำความเข้าใจกับผู้เสียหายด้วยตนเอง สำนักงานอัยการสูงสุดและกระทรวงการต่างประเทศไม่มีอำนาจและหน้าที่ที่จะแจ้งผู้เสียหายให้ถอนคำร้องทุกข์และเจรจาตกลงกับผู้เสียหายแทนผู้ร้อง ประกอบกับคดีนี้เป็นคดีที่รัฐโดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ร้องด้วย การแจ้งให้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์จึงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยในคดีต้องดำเนินการติดต่อและทำความตกลงด้วยตนเอง