ผู้เขียน หัวข้อ: เรียกร้องค่าเสียหายจากสายการบินกรณีปล่อยให้ขึ้นเครื่องโดยไม่มีวีซ่า  (อ่าน 8043 ครั้ง)

Administrator

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 412
    • อีเมล์
นาย ก. ผู้ร้อง ได้มาร้องขอคำปรึกษาทางกฎหมายต่อสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ เรื่อง ความบกพร่องในการตรวจวีซ่าของสายการบิน ABC โดยการฟ้องร้องดำเนินคดีผู้ร้องจะเป็นผู้จัดหาทนายความฟ้องร้องคดีเอง
      ผู้ร้องได้ชี้แจงรายละเอียดอันเป็นความบกพร่องของสายการบิน ABC ดังนี้ บุตรสาวของ   ผู้ร้องที่เป็นผู้เสียหาย คือ น.ส.อั้ม ได้ซื้อตั๋วโดยสารสายการบิน ABC จากสหกรณ์แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์และทันตแพทย์ศาสตร์โตเกียว (Tokyo Medical And Dental University) โดยไม่ได้รับคำแนะนำว่าต้องขอ    วีซ่าเดินทางผ่าน (transit) เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และบุตรสาวผู้ร้องได้แจ้งแล้วว่าไม่ประสงค์จะต่อวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกา เนื่องจากการทำวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาใช้เวลานานซึ่งบุตรสาวผู้ร้องไม่มีเวลาไปขอทำวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาเพราะเป็นช่วงใกล้สอบและปิดภาคเรียนและต้องเรียนหนักในสาขานี้
      ในวันที่ 11 มีนาคม 2549 บุตรสาวของผู้ร้องเดินทางออกจากสนามบินนาริตะกรุงโตเกียว และผ่านการตรวจหนังสือเดินทางผ่านแดน (passport and visa) จากเจ้าพนักงานสายการบิน  ABC จำนวน 2 ครั้ง โดยไม่ได้รับการปฏิเสธให้ขึ้นโดยสารเครื่องบิน อันเป็นการกระทำผิดอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (Convention on International Civil Aviation) ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ICAO (International Civil Aviation Organization) ภาคผนวก ที่ 9 (Facilitation, Twelfth Edition, July 2005) Chapter ที่ 3 หน้าที่ 3-3 ข้อ 3.33 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการสายการบินต้องใช้ความระมัดระวังที่จำเป็นในการขึ้นเครื่องของผู้โดยสาร โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้โดยสารมีเอกสารตามที่รัฐที่จะเดินทางผ่าน (Transit) กำหนดไว้ เพื่อการตรวจสอบควบคุมตามที่กำหนดไว้ใน Chapter ที่ 3
      เมื่อเครื่องบินแวะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อไป (Transit) ที่เมือง San Francisco ประเทศสหรัฐอเมริกา บุตรสาวของผู้ร้องได้รับการตรวจและปรับ (fine) จำนวน 65 เหรียญสหรัฐอเมริกาจากเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกา หน่วยงาน Customs  and Border Protection  และได้รับการคาดโทษภาคฑันท์ (parole) จากเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกา หน่วยงาน Immigration and Naturalization Service, Department of Justice เนื่องจากไม่มีวีซ่าเพื่อเดินทางผ่าน (transit) ประเทศสหรัฐอเมริกาและยังได้รับความทรมานทางจิตใจว้าวุ่นจากกระบวนการกักตัวไว้สอบสวน ไม่ทราบว่าจะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ ในขณะที่เครื่องบินของ ABC ถึงกำหนดเวลาที่จะต้องบินไปยังจุดหมายปลายทางเมือง Vancouver ประเทศแคนาดาแล้ว กระบวนการสอบสวนเป็นการถามซ้ำไปมาเป็นเวลา 4 ชั่วโมง ภายหลังการสอบสวนทำให้บุตรสาวผู้ร้องไม่อาจจะเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางทันกำหนดเครื่องบินของABC ได้ หลังการสอบสวนสิ้นสุดลงเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาจึงได้มีคำสั่งให้สายการบิน ABC จัดหาเครื่องบินสายการบินอื่นมาทดแทนเพื่อส่งบุตรสาวผู้ร้องเดินทางไปยังเมือง Vancouver ประเทศแคนาดา ผู้ร้องทราบภายหลังว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ICAO (International Civil Aviation Organization) ที่กำหนดให้สายการบินต้องจัดหาพาหนะให้ผู้โดยสารเดินทางกลับไปยังต้นทางหรือปลายทาง กรณีที่สายการบินปล่อยให้ผู้โดยสารที่ขาดเอกสารสำคัญขึ้นเครื่องโดยสารและผู้ร้องทราบในภายหลังจากการบอกเล่าของเจ้าหน้าที่สายการบิน ABC และสายการบินไทยว่า สายการบิน ABC ต้องถูกลงโทษปรับในความประมาทบกพร่องที่ปล่อยให้ผู้ขาดเอกสารที่จำเป็นขึ้นโดยสารเครื่องบิน ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ว่าความประมาทบกพร่องกรณีนี้เป็นการผิดกฎหมายหรือระเบียบของการบินเข้าประเทศ และเป็นการผิดอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (Convention on International Civil Aviation) ของ ICAO ภาคผนวกที่ 9 (Facilitation, Twelfth Edition, July 2005) Chapter ที่ 3 หน้าที่ 3-3 ข้อ 3.33 ดังกล่าวข้างต้น
      หลังจากนั้นบุตรสาวผู้ร้องได้รีบโทรศัพท์ติดต่อสหกรณ์แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์และทันตแพทย์ศาสตร์โตเกียว (Tokyo Medical And Dental University) เพื่อขอเปลี่ยนสายการบินที่ไม่แวะพักหรือเปลี่ยนเครื่องที่เมืองหนึ่งเมืองใดในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่มีวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาและได้รับคำสั่งการห้ามเข้าสหรัฐอเมริกาและมีการคาดโทษภาคฑันท์ (Notice of Refusal/Parole into the United States) จากเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกา หน่วยงาน Immigration and Naturalization Service, Department of Justice ปรากฏว่าสหกรณ์แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์และทันตแพทย์ศาสตร์โตเกียวแจ้งว่าทางสายการบิน ABC ไม่ยอมเปลี่ยนตั๋วโดยสารให้ และไม่ยอมคืนเงินให้ในส่วนตั๋วขากลับที่ยังไม่ได้ใช้เป็นผลให้บุตรสาวผู้ร้องต้องเสียเวลาขาดเรียนไปหาซื้อตั๋วใหม่โดยได้ซื้อตั๋วโดยสารสายการบิน China Airlines เป็นเงิน 1,043 เหรียญคานาดาเพื่อเดินทางกลับในวันที่  26 มีนาคม 2549
      ตั๋วเครื่องบินสายการบิน ABC ส่วนที่ยังไม่ได้ใช้คือหมายเลข 0165520 9648119 ประกอบด้วย เที่ยวบิน UA 1145 จาก Vancouver มาแวะ San Francisco และเที่ยวบิน UA 853 จาก San Francisco มาลง Narita, Tokyo ซึ่งสายการบินปฏิเสธคืนเงินให้
      ต่อมา น.ส. อั้ม แจ้งสายการบิน ABC ขอแลกตั๋วเป็นเงินคืนแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ และได้มีหนังสือแจ้งให้ทางสายการบิน ABC คืนเงินและชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ปรากฏตามสำเนาจดหมายลงวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2549  พร้อมคำแปภาษาไทย และผู้ร้องได้ขอให้กรมการบินพาณิชย์ประเทศไทยช่วยดำเนินการในการเรียกค่าเสียหายจากสายการบิน ABC ปรากฏตามสำเนาหนังสือของผู้ร้องถึงอธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ ลงวันที่ 24 เมษายน 2549 ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ABC ได้มีหนังสือตอบกลับมายังอธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศว่า เป็นความรับผิดชอบของผู้โดยสารที่จะต้องตรวจสอบและทำให้แน่ใจว่ามีเอกสารที่ต้องใช้ในการเดินทางเข้าหรือผ่านประเทศที่จะเดินทางไป และสายการบิน ABC ได้ขอโทษและได้ชดใช้เงินค่าเสียหายในรูปของเครดิตการเดินทางแก่ น.ส.อั้ม ตามที่ร้องขอแล้วปรากฏตามสำเนาหนังสือของสายการบิน ABC ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2549 พร้อมคำแปลภาษาไทย และต่อมาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2549 ABC มีหนังสือปฏิเสธการคืนเงินค่าตั๋วเดินทางของสายการบิน ABC และปฏิเสธการขอให้ชดใช้เงินค่าตั๋วเดินทางของสารการบิน China Airlines มาจาก น.ส.อั้ม  ด้วยเหตุผลว่าเป็นตั๋วประเภทที่ไม่สามารถคืนเงินได้ (non-refundable) และเป็นความรับผิดชอบของผู้โดยสารที่ต้องทราบว่าการเดินทางไปประเทศอื่นนั้นต้องใช้เอกสารเดินทางที่จำเป็นอย่างไรบ้าง (It is the responsibility of the passenger to ensure they have proper documentation) ปรากฏตามสำเนาหนังสือของสายการบิน ABC ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2549 พร้อมคำแปลภาษาไทย แต่หนังสือดังกล่าวมีข้อความต่อไปว่า หากขาดเอกสารที่จำเป็นผู้โดยสารจะได้รับการปฏิเสธให้ขึ้นเครื่อง (Without valid Documentation the passenger will be refused boarding) ในกรณีนี้บุตรสาวผู้ร้องไม่ได้รับการปฏิเสธให้ขึ้นเครื่อง (boarding) เป็นข้อแสดงว่าทางสายการบิน ABC กระทำผิดพลาดบกพร่องโดยการปล่อยให้ผู้โดยสารที่ไม่มีเอกสารการตรวจลงตราขึ้นเครื่อง
      หลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายถล่ม World Trade Center สหรัฐอเมริกาจึงได้มีกฎหมายบังคับให้ประชาชนจากประเทศที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นไม่ให้ต้องมีวีซ่า (Non Visa Waiving Country) ต้องขอวีซ่าก่อนเข้าสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนหน้าเหตุการณ์ 9/11 World Trade Center Conspiracy (วันที่ 11 กันยายน  พ.ศ.2544) การเดินทางผ่าน (transit) ของประชาชนทั่วไปโดยเครื่องบินข้าสหรัฐอเมริกาไม่จำต้องขอวีซ่าเช่นเดียวกับการเดินทางผ่านโดยเครื่องบินในประเทศอื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ใน ข้อ 3.58 ของภาคผนวกที่ 9 ของอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
      วันที่ 14 สิงหาคม 2549 ทางสายการบิน ABC ได้ส่ง  Systemwide Travel Voucher มูลค่า 100 เหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคูปองลดราคาให้เมื่อซื้อตั๋วสายการบิน ABC มาให้บุตรสาวผู้ร้อง ซึ่งเป็นการชดเชยที่น้อยมาก และบุตรสาวผู้ร้องมีโอกาสใช้คูปองหรือ voucher ดังกล่าวน้อยมาก ไม่อาจเปรียบได้กับความทุกข์ทรมานที่บุตรสาวผู้ร้องถูกสอบสวนอย่างเนิ่นนานเป็นเวลา 4 ชั่วโมง ทำให้พลาดกำหนดการเดินทางของสายการบินเที่ยวบินจาก San Francisco ไปยัง Vancouver ร่วมกับเพื่อนนักศึกษาแพทย์ชาวญี่ปุ่น ทำให้ได้รับความทุกข์ทรมานทางจิตใจมาก และประสบความยากลำบากในการหากระเป๋าเดินทาง ตลอดจนการจัดหารถเที่ยวใหม่จากสนามบินแวนคูเวอร์ไปที่พักซึ่งเป็น home stay และต้องพบความยากลำบากมากในการหาบ้านดังกล่าว
      การไม่จัดสายการบินให้ใหม่หรือชดใช้เงินคืนทำให้ต้องเสียเวลาเรียนในการหาซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินใหม่และเสียเงินเพิ่มเติมอีก 1,043 เหรียญคานาดา ผู้ร้องและบุตรสาวผู้ร้องไม่อาจจะรับการชดเชยนี้ได้ โดยเฉพาะการที่สายการบิน ABC ไม่ยอมชดเชยเงินและค่าเสียหายตั้งแต่ต้น ผิดกับทางสหกรณ์แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์และทันตแพทย์ศาสตร์โตเกียว (Tokyo Medical and Dental University) ซึ่งยอมรับผิดชอบด้วยการออกหนังสือชี้แจงแก่สถานทูตสหรัฐอเมริกาในการขอวีซ่าครั้งหลังของบุตรสาว     ผู้ร้อง พร้อมเงินชดเชยจำนวนเล็กน้อย

Administrator

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 412
    • อีเมล์
มีปัญหาต้องพิจารณาว่า น.ส.อั้ม บุตรสาวของผู้ร้อง สามารถฟ้องร้องให้สายการบิน ABC รับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่ตนได้หรือไม่และตามความรับผิดใด ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำร้องขอคำปรึกษากฎหมายและเอกสารที่ผู้ร้องยื่นประกอบคำร้องว่า หลังจากเหตุการณ์ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถล่มเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางผ่าน (transit) ประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องขอวีซ่าในการเดินทางผ่านด้วย การที่บุตรสาวของผู้ร้องไม่ได้ขอวีซ่าในการเดินทางผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อแวะเปลี่ยนเครื่องที่ซานฟรานซิสโกก่อนที่จะเดินทางไปยังเมืองแวนคูเวอร์  ประเทศแคนาดาซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง แต่เจ้าหน้าที่ของสายการบิน ABC ได้อนุญาตให้บุตรสาว     ผู้ร้องขึ้นเครื่องเพื่อจะเดินทางผ่านไปยังซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทั้งที่บุตรสาวผู้ร้องไม่มี   วีซ่าเดินทางผ่านประเทศสหรัฐอเมริกา น่าจะถือว่าเป็นการที่สายการบิน ABC ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังในการตรวจวีซ่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อ 3.33 ของ ภาคผนวกที่ 9 ของอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศที่กำหนดให้ผู้ประกอบการสายการบินต้องใช้ความระมัดระวังที่จำเป็นในการขึ้นเครื่องของผู้โดยสาร โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้โดยสารมีเอกสารตามที่รับที่จะเดินทางผ่าน (transit) กำหนดไว้ โดยมีกรณีต้องพิจารณาต่อไปว่าเมื่อสายการบิน ABC ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังในการตรวจเอกสารการเดินทางและผู้โดยสารขึ้นเครื่องโดยไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องแล้วตามผนวกที่ 9 ของอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศกำหนดความรับผิดของผู้ประกอบการสายการบินไว้อย่างไร ตามภาคผนวกที่ 9 ของอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศกำหนดความรับผิดของผู้ประกอบการพาณิชย์ไว้ตามข้อ 5.9 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการสายการบินต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการควบคุมดูแลบุคคลที่มีเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้องนับจากเวลาที่บุคคลนั้นถูกพบว่าไม่สามารถอนุญาตให้เดินทางเข้ามาได้จนกระทั่งบุคคลนั้นถูกส่งไปยังผู้ประกอบการสายการบินเพื่อส่งตัวออกไปนอกประเทศ และตามข้อ 5.14 กำหนดว่า รัฐภาคีของอนุสัญญาจะไม่ปรับผู้ประกอบการสายการบินกรณีที่บุคคลที่เดินทางผ่านไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องเมื่อผู้ประกอบการสายการบินสามารถแสดงให้เห็นว่าได้ใช้ความระมัดระวังที่เพียงพอที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าบุคคลนั้นมีเอกสารเดินทางที่ถูกต้องครบถ้วนในการเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งต่อกรณีนี้ปรากฏตามสำเนาหนังสือลงวันที่ 23 เมษายน 2549 ของ น.ส. อั้ม บุตรสาวของผู้ร้องที่แจ้งให้สายการบิน ABC คืนเงินและชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมคำแปลภาษาไทย และสำเนาหนังสือของสายการบิน ABC ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2549 ถึงอธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ พร้อมคำแปลภาษาไทย ว่า สายการบิน ABC ได้ดำเนินการจัดหาเครื่องบินส่งตัวบุตรสาวผู้ร้องไปยังเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของบุตรสาวผู้ร้อง จึงเป็นการที่สายการบิน ABC ปฏิบัติตามข้อ 5.9 ของภาคผนวกที่ 9 ของอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งตัวบุตรผู้ร้องไปยังประเทศแคนาดาแล้ว และตามข้อ 5.14 ประเทศสหรัฐอเมริกามีสิทธิปรับสายการบิน ABC ได้ ถ้าเห็นว่าสายการบิน ABC ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังที่เพียงพอในการตรวจสอบว่าผู้โดยสารมีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องหรือไม่
      อนึ่ง ไม่ปรากฏว่านอกจากความรับผิดตามข้อ 5.9 และข้อ 5.14 แล้วภาคผนวกที่ 9 ของอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศ กำหนดความรับผิดอย่างอื่นของผู้ประกอบสายการบินไว้ในกรณีที่สายการบินอนุญาตให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องโดยมีเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้องแต่อย่างใด และตามข้อ 5.10 กำหนดว่าในกรณีที่บุคคลใดไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางผ่านเข้าประเทศและถูกส่งตัวกลับไปยังผู้ประกอบการสายการบินเพื่อส่งตัวบุคคลนั้นออกไปนอกอาณาเขตของรัฐนั้น ผู้ประกอบการสายการบินไม่ถูกตัดสิทธิที่จะเรียกร้องเงินคืนจากบุคคลนั้นสำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางใด ๆ จากการส่งตัวบุคคลนั้นออกไปด้วย
      อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ไม่มีกรณีที่บุตรของผู้ร้องจะเรียกร้องให้สายการบิน ABC รับผิดโดยอ้างความรับผิดตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวกที่ 9 ของอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศดังที่กล่าวข้างต้นได้ แต่บุตรสาวของผู้ร้องสามารถอ้างเหตุที่สายการบิน ABC ไม่ปฏิบัติตามข้อ 3.33 ของภาคผนวกที่ 9 ของอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศที่กำหนดให้ผู้ประกอบการสายการบินต้องใช้ความระมัดระวังที่จำเป็นในการขึ้นเครื่องของผู้โดยสาร โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้โดยสารมีเอกสารตามที่รัฐที่จะเดินทางผ่าน (transit) กำหนดไว้ได้ เมื่อบุตรสาวของผู้ร้องเห็นว่าการกระทำของสายการบิน ABC ดังกล่าวมาข้างต้นเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตนและคูปองการเดินทางที่ได้รับชดเชยความเสียหายจากสายการบิน ABC จำนวน 100 เหรียญสหรัฐอเมริกาไม่เพียงพอที่จะเยียวยาความเสียหาย เพื่อฟ้องร้องให้สายการบิน ABC รับผิดชดใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยแก่ตนเพิ่มเติมได้ โดยบุตรสาวของผู้ร้องสามารถฟ้องร้องให้สายการบิน ABC รับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ ตามที่เห็นว่าเกิดขึ้น เช่น ตั๋วโดยสารเครื่องบินของสายการบิน ABC ส่วนที่ยังไม่ได้ใช้และไม่สามารถขอเงินคืนได้ คือ ตั๋วโดยสารเที่ยวกลับจากแวนคูเวอร์ไปซานฟรานซิสโกและจากซานฟรานซิสโกไปที่สนามบินนาริตะ กรุงโตเกียว ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินของสายการบิน China Airlines จากแวนคูเวอร์ไปโตเกียว เฉพาะในส่วนที่เป็นส่วนต่างที่บุตรสาวของผู้ร้องต้องจ่ายแพงขึ้นจากเดิม ค่าปรับที่เสียไปที่จุดตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาจำนวน 65 เหรียญสหรัฐอเมริกา รวมทั้งค่าเสียหายอื่นๆ ที่เกิดขึ้น โดยสามารถฟ้องร้องสายการบิน ABC  ได้ต่อศาลในประเทศไทย เนื่องจากสายการบิน ABC มีสถานที่ทำการอยู่ในประเทศไทยจึงถือว่ามีภูมิลำเนาตามกฎหมายอยู่ในประเทศไทย
      มีข้อต้องพิจารณาต่อไปว่าการที่บุตรสาวของผู้ร้องไม่ได้ตรวจสอบว่าการเดินทางผ่านไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาต้องขอวีซ่าหรือไม่และเดินทางไปโดยไม่ได้ขอวีซ่าผ่านทางน่าจะถือว่าบุตรสาวของ     ผู้ร้องไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตรวจสอบเรื่องการขอเอกสารเดินทางให้แน่ชัดเสียก่อน ดังนั้นการที่จะถือเป็นยุติว่า สายการบิน ABC  เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อกระทำละเมิดแก่บุตรสาวของผู้ร้องหรือไม่ และบุตรสาวของผู้ร้องจะได้รับชดใช้ค่าเสียหายในเรื่องใดบ้าง เพียงใด หรือไม่ นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาพิพากษาคดี ถ้าหากสายการบิน ABC ถูกประเทศสหรัฐอเมริกาปรับตามข้อ 5.14 ของภาคผนวกที่ 9 ของอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศ เนื่องจากไม่ได้ใช้ความระมัดระวังที่เพียงพอในการตรวจสอบว่าบุตรสาวผู้ร้องมีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องหรือไม่ และบุตรสาวผู้ร้องมีหลักฐานแสดงให้ศาลเห็นว่าสายการบิน ABC ถูกประเทศสหรัฐอเมริกาปรับเช่นนั้นแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์แก่บุตรสาวผู้ร้องในการนำเสนอพยานหลักฐานต่อศาลเพื่อประกอบข้อเรียกร้องของต้นว่าสายการบิน ABC กระทำโดยประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตนเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายได้