ผู้เขียน หัวข้อ: การฝ่าฝืน AVO ในออสเตรเลีย  (อ่าน 89 ครั้ง)

korpor

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 538
    • อีเมล์
การฝ่าฝืน AVO ในออสเตรเลีย
« เมื่อ: 20 กันยายน, 2018, 10:07:46 AM »
              ตามที่คุณได้ขอคำปรึกษา กรณีที่คุณมีคดีความจากออสเตรเลีย โดยแฟนเก่าคนออสเตรเลียได้ใส่ร้ายคุณ ว่าคุณข่มขู่ และการใช้ความรุนแรง จนเกิดคดี มีคำสั่งตำรวจให้แฟนคุณได้รับการคุ้มครอง หลังจากนั้นแฟนเก่าคุณได้พยายามกลั่นแกล้ง จนทำให้คุณฝ่าฝืน AVO และ Criminal record ตัดสินว่าคุณมีความผิด เนื่องจากคุณได้ยอมรับในชั้นศาล คุณแจ้งว่าสาเหตุที่ยอมรับเพราะทนายอาสาบอกให้ยอมรับโดยอ้างว่าหากยอมรับแล้วเรื่องจะจบคุณเลยเชื่อทนายเพราะคุณไม่รู้กฎหมายประเทศออสเตรเลีย ศาลจึงพิพากษาว่าคุณมีความผิดและวีซ่าของคุณโดน canceled คุณอยากกลับไปรื้อคดีเพราะเห็นว่าถูกใส่ร้าย จึงขอคำปรึกษา นั้น

korpor

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 538
    • อีเมล์
Re: การฝ่าฝืน AVO ในออสเตรเลีย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 20 กันยายน, 2018, 10:09:38 AM »
                สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ (สฝคป.)พิจารณาแล้วขอเรียนว่า ตามข้อเท็จจริงที่คุณอ้างมานั้น การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นจากความสมัครใจของคุณเองไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่เป็นเหตุให้เกิดการฝ่าฝืน AVO เพราะหากจะพิจารณาตามกฎหมายการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การกระทำที่ถูกบังคับหรือจำเป็นหรือเป็นการกระทำที่ป้องกันภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดกฎหมายที่คุณจะอ้างว่าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิด และการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การกระทำที่เกิดจากการที่คุณไม่สามารถบังคับตัวเองได้ คุณจึงอ้างไม่ได้ว่าสาเหตุที่คุณฝ่าฝืน AVO เป็นเพราะสามีคุณกลั่นแกล้งให้ฝ่าฝืน    และการที่คุณอ้างว่าการที่คุณได้ยอมรับในชั้นศาลว่าได้กระทำความผิดจริงนั้นเกิดจากการที่ทนายอาสาบอกให้คุณยอมรับแล้วเรื่องทุกอย่างจะจบ กรณีดังกล่าวอาจถือได้ว่าเป็นการยอมรับโดยสมัครใจเองเพื่อให้เรื่องจบลง   
หลักเกณฑ์ในการรื้อฟื้นคดีตามหลักทั่วไปต้องเป็นกรณีที่  1. พยานบุคคลซึ่งศาลอาศัยเป็นหลักในการพิพากษาคดีนั้น ได้มีคำพิพากษาในภายหลังแสดงว่าคำเบิกความของพยานนั้นเป็นเท็จ  2. พยานเอกสารหรือพยานวัตถุซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิจารณาพิพากษานั้น ได้มีคำพิพากษาในภายหลังว่าเป็นพยานหลักฐานปลอมหรือเท็จหรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง  3. มีพยานหลักฐานอันใหม่ชัดแจ้งและสำคัญแก่คดี ซึ่งถ้าได้นำมาสืบในคดีอันถึงที่สุดนั้นจะแสดงว่าบุคคลต้องรับโทษอาญาโดยคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นไม่ได้กระทำความผิด ดังนั้น ข้อเท็จจริงตามที่คุณการกล่าวอ้างดังกล่าวจึงไม่ถือว่าเป็นเหตุที่จะขอรื้อฟื้นคดีได้ 
             อนึ่ง คุณไม่ได้แจ้งว่าศาลมีคำพิพากษาเมื่อไหร่ หากยังอยู่ภายในระยะเวลาอุทธรณ์ คุณก็อาจใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวได้
ทั้งนี้  คุณสามารถขอรับคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือในชั้นศาลแก่สตรีผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว ได้ที่ 1800 WAVCAS หรือ 1800 938 227
ที่มา : WWW.Legalaid.nsw.gov.au
            คุณสามารถติดต่อประสานขอคำแนะนำเพิ่มเติมทางกฎหมายด้วยตนเองได้ที่  สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ  อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์  ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ  ถนนแจ้งวัฒนะ  แขวงทุ่งสองห้อง  เขตหลักสี่  กรุงเทพฯ  10210            โทร  02-142-1533


สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ