ผู้เขียน หัวข้อ: สละสัญชาติกับบัตรแรงงานต่างด้าวไต้หวัน  (อ่าน 229 ครั้ง)

korpor

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 545
    • อีเมล์
             คุณแต่งงานมีครอบครัวที่ไต้หวัน ๖ ปีแล้วและมีบุตรชายสองคน คุณต้องการทราบว่า ๑. การสละสัญชาติไทยกับการทำบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าวไต้หวัน (ใบกาม่า) แบบปีต่อปี อย่างใดจะดีกว่ากัน ๒. ถ้าคุณจะทำบัตรประจำตัวประชาชนไต้หวันถาวรต้องสละสัญชาติก่อนใช่หรือไม่ ๓. ถ้าคุณสละสัญชาติไทยและได้บัตรประจำตัวประชาชนไต้หวันแล้ว คุณจะสามารถทำเป็นสองสัญชาติได้หรือไม่

korpor

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 545
    • อีเมล์
Re: สละสัญชาติกับบัตรแรงงานต่างด้าวไต้หวัน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 21 สิงหาคม, 2018, 12:36:09 PM »
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ (สฝคป.) ขอเรียนตอบคำถามของคุณตามลำดับดังต่อไปนี้
๑.การสละสัญชาติไทยกับการทำบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าวไต้หวัน (ใบกาม่า) แบบปีต่อปี เป็นคนละเรื่องกัน จึงไม่อาจตอบได้ว่าอย่างใดจะดีกว่ากัน แต่ขอให้คุณพิจารณา ดังนี้
   ๑.๑ การดำเนินการสละสัญชาติไทย
๑) การส่งคืนหนังสือเดินทางไทยไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลไทย หรือสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ประจำประเทศต่างๆ ไม่ถือว่าเป็นการแสดงความจำนงในการยื่นคำร้องขอสละสัญชาติ
๒) ผู้ขอสละสัญชาติไทยต้องไปยื่นคำร้องการขอสละสัญชาติไทยด้วยตนเองที่          สถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลไทย หรือสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ประจำประเทศนั้น
๓) การเสียสัญชาติไทยจะมีผลโดยสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา    ตามมาตรา ๕ แห่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘
๔) การเสียสัญชาติไทย หมายถึงการเสียสิทธิอันพึงมีในฐานะคนไทย ทั้งการถือครองที่ดินและทรัพย์สินต่างๆ ในประเทศไทย การต้องเดินทางเข้าประเทศไทยในฐานะคนต่างด้าว ฯลฯ
๕) ในการกรอกคำร้องขอสละสัญชาติ ผู้ร้องต้องทราบข้อมูลของพยานที่รู้เห็นการเกิดของผู้ร้อง อย่างน้อย ๔ คน โดยจะต้องระบุชื่อ ชื่อสกุล ที่อยู่ อาชีพ และ วัน/เดือน/ปีเกิด
๖) ในการกรอกคำร้องขอสละสัญชาติ ผู้ร้องต้องทราบข้อมูลของพี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน โดยจะต้องระบุชื่อ ชื่อสกุล ที่อยู่ อาชีพ และ วัน/เดือน/ปีเกิด
๗) หญิงสัญชาติไทยที่สมรสกับคนต่างด้าว และต่อมาคู่สมรสเสียชีวิต ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากการสละสัญชาติตามมาตรา ๑๓ แห่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ นั้น ต้องใช้เอกสาร (แบบ สช.๑) สามีจะต้องมาเป็นผู้ลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ไม่สามารถใช้ใบมรณบัตรสามีแทนได้
๘) เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (๒๐ ปีบริบูรณ์) ไม่สามารถยื่นคำร้องสละสัญชาติไทยได้
๙) การยื่นคำร้องขอสละสัญชาติเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ผู้ร้องต้องให้เวลาในการเขียน     คำร้องและเตรียมเอกสาร กรณีเอกสารไม่สมบูรณ์ หากส่งเรื่องไปยังหน่วยงานในประเทศไทยแล้วเจ้าหน้าที่   ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ให้ได้ ยิ่งทำให้การดำเนินการล่าช้ายิ่งขึ้น
ทั้งนี้ คุณสามารถศึกษาระเบียบการขอรับรองเอกสารและเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ และ download แบบฟอร์มในการขอสละสัญชาติไทย ได้ที่ Website ของสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) ในหัวข้อ “สละสัญชาติ/การรับรองเอกสาร/นิติกรณ์ : การสละสัญชาติไทย” (http://www.tteo.org.tw/main/th/thai-people/5187/56171-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.html)
   ๑.๒ การทำบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าวไต้หวัน (ใบกาม่า) แบบปีต่อปี แสดงถึงว่าคุณยังเป็นผู้มีสัญชาติไทย และยังคงมีสิทธิอันพึงมีในฐานะคนไทย ทั้งการถือครองที่ดินและทรัพย์สินต่างๆ ในประเทศไทย การใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร รวมถึงการขอรับความช่วยเหลือจากสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) ฯลฯ
๒. ถ้าคุณจะทำบัตรประจำตัวประชาชนไต้หวันถาวร คุณต้องสละสัญชาติไทยก่อน คุณสามารถดูขั้นตอนการขอสัญชาติจีน (ไต้หวัน) และขอมีชื่อในทะเบียนบ้านของคนต่างด้าวที่สมรสกับคนไต้หวัน ได้ที่ www.immigration.gov.tw/public/Attachment/31031639321.pdf
๓. ถ้าคุณสละสัญชาติไทยและได้บัตรประจำตัวประชาชนไต้หวันแล้ว คุณไม่สามารถทำเป็นสองสัญชาติได้ นั่นคือคุณไม่ใช่ผู้มีสัญชาติไทยแล้ว แต่คุณอาจกลับมาถือสัญชาติไทยดังเดิมได้ด้วยการแปลงสัญชาติไทย ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ มาตรา ๑๐ และ ๑๒ หรือการขอคืนสัญชาติไทย ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ มาตรา ๒๓ อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่กรณี
      ทั้งนี้ หากคุณยังประสงค์ที่จะสอบถามเพิ่มเติมประการใด โปรดสอบถาม สฝคป. เข้ามาอีกได้ หรืออาจมาพบพนักงานอัยการเพื่อสอบถามข้อมูลด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ได้ที่สำนักงานอัยการสูงสุดฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) ชั้น ๒ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ