ผู้เขียน หัวข้อ: ตั้งผู้จัดการมรดกในประเทศสิงคโปร์  (อ่าน 212 ครั้ง)

korpor

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 550
    • อีเมล์
ตั้งผู้จัดการมรดกในประเทศสิงคโปร์
« เมื่อ: 07 สิงหาคม, 2018, 12:06:49 PM »
                 การร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกของสามีของคุณอาของคุณซึ่งเป็นชาวสิงคโปร์ซึ่งมาเสียชีวิตในประเทศไทย แต่มีทรัพย์มรดกตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ว่ามีวิธีการอย่างไร ทำที่ไหน และใช้เอกสารอะไรบ้าง ในการดำเนินการดังกล่าว นั้น

korpor

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 550
    • อีเมล์
Re: ตั้งผู้จัดการมรดกในประเทศสิงคโปร์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 07 สิงหาคม, 2018, 12:08:51 PM »
สฝคป. ขอเรียนให้คำแนะนำดังนี้
   1. เนื่องจากทรัพย์มรดกของสามีชาวสิงคโปร์ของคุณอาของคุณตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ดังนั้น หากคุณอาชาวไทยของคุณในฐานะภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของสามีชาวสิงคโปร์ต้องการจะรักษาผลประโยชน์ของตนในฐานะทายาทโดยธรรมอย่างเต็มที่ควรจะเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ด้วยตนเองและว่าจ้างทนายความท้องถิ่นชาวสิงคโปร์ให้ยื่นคำร้องขอต่อศาลของประเทศสิงคโปร์ให้ไต่สวนและมีคำสั่งแต่งตั้งให้คุณอาของคุณเป็นผู้จัดการมรดกเพื่อจะได้เป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมายสิงคโปร์ในการจัดการทรัพย์มรดกของสามีชาวสิงคโปร์ ผู้ถึงแก่กรรมที่ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ได้อย่างเต็มที่
   2. หากคุณอาของคุณไม่สะดวกที่จะเดินทางไปดำเนินการ ตามข้อ 1. ได้ด้วยตนเอง และมีความไว้วางใจในตัวญาติของสามีคนใดคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในประเทศสิงคโปร์ อาจจะทำใบมอบอำนาจหรือหนังสือมอบอำนาจ (The document of power of Attorney) ให้ญาติของสามีคนนั้นเป็นผู้รับมอบอำนาจไปดำเนินการแทนได้ (ดูแบบฟอร์มใบมอบอำนาจฉบับภาษาอังกฤษ (ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการภาษาหนึ่งของประเทศสิงคโปร์) ตามที่แนบมาท้ายนี้ นอกจากนั้นใบมอบอำนาจนี้ต้องดำเนินการและผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสารที่มาจากต่างประเทศ พ.ศ. 2539 โปรดดูรายละเอียดในข้อ 4.)
3. ทางเลือกอีกทางหนึ่ง คือ ให้คุณอาของคุณว่าจ้างทนายความจาก Law Firm หรือสำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศ (ดูรายละเอียด Law Firm ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และในประเทศไทยได้จากเว็บไซต์ทั่วไป) เป็นตัวแทนไปดำเนินการแทนให้ที่ศาลประเทศสิงคโปร์ โดยมอบอำนาจให้ทนายความจาก Law Firm ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมายไทยหรือนักกฎหมายต่างชาติที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ และมีประสบการณ์ในการว่าความในศาลต่างประเทศได้ดี ดำเนินการแทนให้ทั้งหมดทุกขั้นตอนตั้งแต่เป็นตัวแทนคุณอาของคุณเดินทางไปยื่นคำร้องขอให้แต่งตั้งคุณอาของคุณเป็นผู้จัดการมรดกของสามีชาวสิงคโปร์ผู้ถึงแก่กรรม จนถึงขั้นตอนที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งคุณอาของคุณเป็นผู้จัดการมรดกฯ
วิธีการนี้สะดวก แต่เสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างสูงมาก โดยอัตราค่าจ้างขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ข้อตกลงที่ฝ่ายผู้ว่าจ้าง และทนายความผู้รับจ้างจะตกลงกัน
   4. เอกสารที่ใช้ประกอบในการยื่นคำร้องขอต่อศาลสิงคโปร์เพื่อให้มีคำสั่งแต่งตั้ง คุณอาของคุณ เป็นผู้จัดการมรดกของสามีชาวสิงคโปร์ผู้ถึงแก่กรรม (ทุกกรณี ตามข้อ 1 - 3 ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น) ได้แก่
   เอกสารที่ต้องนำมายื่นในการร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
1. ทะเบียนบ้านของผู้ตาย หรือ The identification card ของผู้ตายหรือหนังสือเดินทาง (passport) ของผู้ตาย
2. ทะเบียนบ้านของผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
3. ใบมรณบัตรของผู้ตาย
4. ใบมรณบัตรของบิดามารดา กรณีบิดามารดาของผู้ตาย (เจ้ามรดก)ถึงแก่ความตายก่อนแล้ว
5. ทะเบียนสมรสของสามีชาวสิงคโปร์ผู้ถึงแก่กรรม
6. ทะเบียนสมรส และ/หรือ ทะเบียนการหย่าของสามีชาวสิงคโปร์ (กรณีเคยหย่ามาก่อน)
7. ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ของทายาทและผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย
8. สูติบัตรของบุตรของผู้ตาย กรณีบุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือ ไม่สามารถให้ความยินยอมได้ (ถ้ามีบุตร)
9. บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (passport) ของผู้ร้อง
10. พินัยกรรมของผู้ตาย (ถ้ามี)
11. หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดกของทายาททุกคน (กรณีไม่มีพินัยกรรม)
12. บัญชีเครือญาติ
13. เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของผู้ตาย เช่น โฉนดที่ดินและสัญญาจำนอง ทะเบียนรถจักรยานยนต์ ทะเบียนรถยนต์ อาวุธปืน สมุดเงินฝากธนาคาร ใบหุ้น และ อื่นๆ เป็นต้น
14. บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ บัตรประจำตัวประชาชน และ ทะเบียนบ้านของผู้ให้ความยินยอมทุกคน (กรณีไม่มีพินัยกรรม)
   หมายเหตุ : การรับรองเอกสารราชการ และเอกสารที่เอกชนจัดทำขึ้นในประเทศไทยเพื่อนำไปใช้อย่างเป็นทางการในต่างประเทศ (ประเทศสิงคโปร์) ตามระเบียบ กระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. 2539 เรื่อง การรับรองเอกสารที่มาจากต่างประเทศ มีวิธีการดังนี้
   4.1 การรับรองเอกสารราชการ (หรือเอกสารมหาชน)
เอกสารราชการที่ต้นฉบับเป็นภาษาไทยซึ่งออกโดยหน่วยราชการภายในประเทศไทย ได้แก่ ใบสูติบัตร ทะเบียนบ้าน ใบทะเบียนสมรส ใบหย่า มรณบัตร และคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล เป็นต้น ให้นำต้นฉบับภาษาไทยไปขอให้หน่วยงานที่ออก จัดทำเป็นภาษาอังกฤษ และรับรองคำแปลภาษาอังกฤษ หลังจากนั้น นำฉบับภาษาอังกฤษที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ออก ไปให้เจ้าหน้าที่กองนิติกรณ์ และสัญชาติ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรองและประทับตรา อีกครั้งหนึ่ง จึงจะสามารถนำไปใช้อย่างเป็นทางการในต่างประเทศ เช่น ยื่นต่อศาลสิงคโปร์ได้
4.2 การรับรองเอกสาร เอกชน
เอกสารที่เอกชนจัดทำขึ้นในประเทศไทย เช่น ใบมอบอำนาจ หรือหนังสือที่ทายาทให้ความยินยอมในการตั้งผู้จัดการมรดก เป็นต้น ผู้มอบอำนาจ หรือทายาทผู้ให้ความยินยอมต้องลงนามต่อหน้า โนตารี่ พับลิค และต้องให้ โนตารี่ พับลิค ,ลงนามและประทับตรารับรองเสียก่อน ปัจจุบัน ตามกฎหมายไทย ยังไม่มีกฎหมายรับรองตำแหน่ง โนตารี่ พับริค ดังนั้น อาจให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เช่น ปลัดอำเภอ หรือ นายอำเภอ ลงนาม และประทับตรารับรองแทนก็ได้ หลังจากนั้นนำเอกสารเอกชนดังกล่าวไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ และนำไปให้เจ้าหน้าที่ กองนิติกรณ์ และสัญชาติ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรองและประทับตราอีกครั้งหนึ่ง จึงจะสามารถนำไปใช้เป็นพยานเอกสาร เพื่อใช้ไต่สวนในศาลของประเทศสิงคโปร์ได้

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ