กระดานถามตอบปัญหากฎหมาย

ปัญหากฏหมาย => ตั้งกระทู้ปรึกษาปัญหาทางกฎหมาย => ข้อความที่เริ่มโดย: aris ที่ 18 พฤษภาคม, 2018, 03:31:43 PM

หัวข้อ: สอบถามกรณีเดินทางออกนอกประเทศครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aris ที่ 18 พฤษภาคม, 2018, 03:31:43 PM
รบกวนสอบถามครับท่าน
ปัจจุบันผมเป้นเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกฟ้องศาลโดยตรง ไม่ผ่านพนักงานสอบสวน นัดไต่สวนไปแล้ว
มีกำหนดฟังคำสั่งช่วงปลายเดือนนี้ แต่ช่วงต้นเดือนหน้าผมมีกำหนดเดินทางไปพักผ่อน ณ ต่างประเทศ
เลยอยากสอบถามครับ ว่ากรณีนี้หากศาลท่านประทับรับฟ้อง การเดินทางไปต่างประเทศของผมจะมีปัญหาไหมครับ และต้องทำอย่างไรบ้างครับ
หัวข้อ: Re: การเดินทางไปต่างประเทศกรณีถูกราษฎรคดีอาญา
เริ่มหัวข้อโดย: korpor ที่ 24 พฤษภาคม, 2018, 03:16:27 PM
                กรณีของคุณเป็นคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคุณโดยตรงประมวลกฎหมายวิธีพิจาณาความอาญามาตรา 165 วรรคสาม บัญญัติว่า ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ศาลมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้องลับหลังจำเลย ให้ศาลส่งสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยเป็นรายตัวไป กับแจ้งวันนัดไต่สวนให้จำเลยทราบ จำเลยจะมาฟังการไต่สวนมูลฟ้อง โดยตั้งทนายให้ซักค้านพยานโจทก์หรือไม่ก็ได้ หรือจำเลยจะไม่มาแต่ตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ก็ได้ ห้ามมิให้ศาลถามคำให้การจำเลยและก่อนที่ศาลประทับฟ้อง และมิให้ถือว่าจำเลยมีฐานะเช่นนั้น ดังนั้น คุณจึงยังมิได้ตกเป็นจำเลยในขั้นไต่สวนมูลฟ้อง จนกว่าศาลจะมีคำสั่งว่าคดีมีมูลและประทับฟ้องดังนั้น ในวันนัดฟังคำสั่งปลายเดือนนี้เป็นสิทธิคุณที่จะไปรับฟังคำสั่งหรือไม่ก็ได้ หรือจะตั้งทนายไปรับฟังคำสั่งแทนได้ เช่นกัน หากคุณไปฟังคำสั่งศาลแล้ว ศาลสั่งว่าคดีมีมูล และรับประทับฟ้องคุณจึงตกเป็นจำเลยในคดีตามกฎหมาย
คุณต้องยื่นขอประกันตัวในวันดังกล่าว โดยศาลจะพิจารณาหลักประกัน และเหตุผลว่าจะอนุญาตหรือไม่ จากความหนักเบาของข้อกล่าวหา และความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำความผิดที่ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นดุลยพินิจของศาลตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่ถ้าหากคุณไม่ไปฟังคำสั่ง ศาลก็จะอ่านคำสั่งลับหลังคุณ และมีหมายนัดสอบคำให้การจำเลยเพื่อแจ้งให้คุณทราบ ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากวันรับประทับฟ้อง คุณจึงมีเวลายื่นขอประกันตัวจากศาลในภายหลังได้ ในการอนุญาตให้มีประกันตัวระหว่างพิจารณามักจะมีเงื่อนไขว่าห้ามมิให้เดินทางออกนอกประเทศ หากท่านมีความประสงค์เดินทางออกนอกประเทศ ต้องขออนุญาตศาลก่อน โดยในการพิจารณาอนุญาตศาลอาจเรียกร้องหลักประกันเพิ่มเติม จึงเรียนมาเพื่อทราบ

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทส